ตอนที่ ๒ รำพันรักจากดอนจาน
อ้อยหวานจับจิต คนึงคิดถึงชาติชาย
คำหวานเกือบนางตาย มล้างโลกดับฤดี
ปล้องอ้อยมีหลายปล้อง เหมือนห้องใจของตัวพี่
แบ่งห้องให้นารี พิชิตเชยดวงหทัย
สัญจรถึงเขตคราม ดงสยามนามยิ่งใหญ่
ชื่อฟ้องประเทศไทย ว่าสยามเเดนนามมา
เลี้ยวผ่านโรงเรียนน้อย อยู่ปลายดอยการศึกษา
สองบ้านรวมวิชา มีนามว่าเย็นสยาม
ชุมชนตั้งเรียงราย ดูเป็นสายดูงดงาม
พลัดจรพลัดมองตาม บ้านน้อยใหญ่สองข้างทาง
บ้านใหญ่หลังตาสวย ทั้งคนรวยปนกันบ้าง
คิดถึงบ้านของนาง ที่ต้องห่างเพราะจำเป็น
เสาบ้านเป็นฐานหนา ดุจบิดาผู้ลำเค็ญ
อีกทั้งรับบทเป็น หลังคาบ้านป้องกันลูก
ผนังก่ออิฐเเน่น เหมือนเเน่นเเพ้นรักผันผูก
มารดาผู้กล้าปลูก ให้เลือดเนื้อเเละชีวี
หน้าบ้านเหมือนน้าเเม่ คิดถึงเเท้มิเเปรหนี
รักดั่งดวงมญี เเต่ลูกนี้ต้องจำจร
มือปาดหยดน้ำตา พลัดมุ่งหน้าทิศอุดร
หวังฝากกายหลับนอน สู่หมอนมุ้งสถาบัน
รถพ่วงสวนทางมา เหมือนพี่ยาพ่วงใจฉัน
เคยพวงร่วมรักกัน ใย้ทิ้งน้องไว้กลางทาง
หนทางเเสนเปล่าเปลี่ยว ทางคดเคี้ยวในดงกว้าง
หญ้าคาทึบไม่บาง เหมือนที่คาในดวงใจ
ผ่านบ้านดอนสังคม เป็นสังคมทำนาไร่
สังคมมีน้ำใจ สังคมมั่นรักกลมเกลียว
เคยเรียนห้องสังคม รวมสังคมใช่คนเดียว
คิดถึงครูฟ้าวเฟี้ยว สอนสังคมศึกษามา
เเล่นตามทางวิถี เหมือนหนึ่งมีทางติดล้อหน้า
ลงรถพิจารณา โอ้วไก้จ๋าเจ้าวยชนม์
อนิจาชีวิตนี้ มีเกิดได้ตายเวียนวน
ไก่นี้เหมือนกับคน เกิดขึ้นได้ก็ตายเป็น
หมั่นทำบุญประเสริฐ จะบังเกิดดับทุกเข็น
จิตใจใส่ชุมเย็น จะได้เห็นพระนิพาน
มุ่งสู่เเหล่งศึกษา ตามมรรคาทิวากาล
หนุ่มสาวสุขสมาน เคียงคู่รักสมัครใจ
คิดถึงคนเคยรัก ต้องเเยกวรรคห่างเหินไป
มีเพียงรูปถ่ายไว้ ดูต่างหน้าความทรงจำ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น