วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เพลงนิราศบ้านเกิด ๖

ทำนองเพลง เข็ดรักเจ้าพระยา
คำร้อง           หนูมิตเตอร์



เพลง หอใจกลับคืน


รอมเเรมจากมา ปาดคราบน้ำตา มาหาความฝัน
สาวดอนจานคนงาม มุ่งมาตามเส้นทางมืดมน
เก็บฝันเมื่อถึงวันที่สุขกมล  อุปสรรคมากล้น สู้ทนด้วยเเรงที่มี
รอมเเรมผ่านมา พบเจอพี่ยาผู้เคียงคู่ใจ 
หนุ่มนาจำปาทำช้ำใจ  สุดเสียใจพระเชื่อคำลวง
พ่อหนุ่ทบ้านไกลเเวะเวียนมาใกล้ให้รู้สึกดี
หนุ่มดงเย็น โนนสามัคคี หวังว่าพี่คงไม่ลวงลา
* หากจะรักใครตรวจดูหัวใจยังไม่เเข็งเเรง 
ถูกความรักเเทงเจ็บจนเรี้วแรงไม่มีเหลือมา
ถ้าไม่จริงใจ ขอจรจากไปไม่กล้าสบตา 
เพราะรู้สึกใจชาไม่กล้าจะมีรักใหม่
รอมเเรมผ่านมา มองทุ่งนาเป็นทางสลอน 
ลูกลาเเล้วบิดามารดร ต้องจากจรศึกษาเเดนไกล
ลูกจะกลับมาพร้อมปริญญาที่ลูกตั้งใจ 
หากวันนั้นเป็นจริงได้ จะกลับบ้านไปแทนคุญบูชา

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นิราศบ้านเกิด (รำพันรักจากดอนจาน) ๕

ตอนที่ ๕ รำพันรักจากดอนจาน




เลี้ยวเเยกอนามัย         ตรงดิ่งไปหอเรียงราย
หอพักทั้งหญิงชาย      เรียงเป็นสายให้ครบครัน

ฝั่งซ้ายรีเเลนเทิ้น     ฝั่งขวาเอิ่นทิพวรรณ
ใจดีนามหอนั้น        ถัดกันมาวารีรัตน์

อีกหอเเม่งามงอน    ชื่อสุพรณ์อยู่ติดวัด
วิเศษโพธิ์ชัยชัด       เเจ้งประจักวัวคู่เคียง

โรงเรียนมอสวนขิง   กว้างใหญ่ยิ่งก้องชื่อเสียง
ตรงป้ายรั้วชัดเชียว    มหาลัยกาฬสินธุ์

เลี้ยวซ้ายเข้าประตู     คนึงดูใจถวิล
คิดถึงบ้านใจอาจินต์   จรมาสู่มหาลัย

ฝากตัวเข้าเป็นเเก้ว     มาถึงเเล้วมอกว้างใหญ่
อุดมศึกษาไกล           มุ่งพรากเพียรปริญญา

มหาวิทยาลัย             กาฬสินธุ์เป็นสง่า
ควบรวมสองปัญญา   ศาสตร์วิชาปัญญาชน

นามหนึ่งราชภัฎ        อีกนามชัดราชมงคล
พี้นที่นี้นามน             เด่นเป็นศรีสถาบัน

บัวฟ้าตรงมงคล        น่ายินยลงามเสดสรร
เลิศเเล้วเเก้สอนันต์   ดวงจิตมั่นน้อมบูชา

ฝากตัวเรียนเป็นครู     เป็นผู้พร้อมพัฒนา 
ครุศาสตร์วิชา             ภาษาไทยที่พากเพียร

มองเห็นตึกตระการ     คิดถึงบ้านจากมาเรียน
ตึกใหญ่เดินเเวะเวียน   บรรณราชนครินทร์

อาคารตั้งสูงเด่น       เป็นดังเช่นใจถวิล
ตั้งใจให้จบสิ้น         ปริญญาวิชาครู

พ่อเเม่หวังพึ่งพา     จึงมุ่งมาขยันสู้
หนักเบาพิเคราะห์ดู   จะเเข็งเเกร่งมิยอมถอย

เเพรวาสัญญาฮัก     จากคนรักหนุ่มกายน้อย
โปรงลางลำนำคอย  กล่อมดวงใจให้เที่ยงตรง

ลำป่าวยังเย็นใส     ดุจน้ำใจไม่ลืมหลง
มวลมิตรจิตดำรง    คอยค้ำชูสู้ด้วยกัน

อาจารย์เป็นที่พึ่ง      ยกเป็นหนึ่งเเห่งศาตร์นั้น
ผิดถูกขัดเกลากัน     ดั่งพ่อเเม่ดูเเลลูก

บิดาเป็นที่มั่น         มารดานั้นตั้งจิตตรง
ยกมือจรดลง        เเนบบาทท่านด้วยวิญญาณ์

ความรักหามีไม่       อยู่ในใจนักศึกษา
เนื้อเรื่องที่พรรณนา   เป็นนิราศตามขนบ

ความรักหากพึงมี     เรื่องวันนี้คงได้พบ
ชายใดจามาคบ        ขอนางจบปริญญา

เสร็จสิ้นกาพย์นิราศ    ตามศิลป์ศาสตร์ขออำลา
เเต่งโดยสุปรียา         ถูกหรือไม่อภัยเอย     
 


นิราศบ้านเกิด (รำพันรักจากดอนจาน) ๔

ตอนที่ ๔ รำพันรักจากดอนจาน







สามเเยกอานามัย         เปลี่ยนชื่อใหม่ รพ.หนอ
ตรงข้ามเป็น สภ.         เลี้ยวขวาไปให้ไกลตา
 ทุ่งนาเเละป่ากว้าง        สองข้างทางสุพรรณนา
พืชพรรณหมู่พฤกษา   เรียงเป็นทิวเอนพริ้วไหว
เหลียวมองเห็นต้นชาด  เหมือนทั้งชาติต้องช้ำใจ
อีกทั้งต้นหว้าใหญ่        เหมือนช้ำใจเช่นลูกหว้า
ฝูงวัวเดินขวักไขว่        ต่างมึ่งไป เพื่อกินหญ้า
คิดถึงเช่นมารดา          เคยเลี้ยงวัวไล่ต้อนทุ่ง
 วัวเเดงอีกวัวดำ            วัวด่างนำเดินเป็นฝูง
คนเลี้ยงช่างเหมือนลุง  เดินดุ่มดอนในทุ่งกว้าง
ขับผ่านเป็นสวนยาง     สาธารณะอั่นกว้างขวาง
รวมผลคนทั้งบาง        ผู้คนออกกำลังกาย
วิ่งคู่ดูจู๋จี๋                      อีกทั้งมีคู่หญิงชาย
หลายคู่ดูมากมาย        เเต่ตัวฉันมีคี่เดียว
ในสวนมีน้ำใส           ต้นไม้ใหญ่ใบหนาเขียว
เเต่มีเพียงต้นเดียว    คงเหมือนข้าเพลานี้
สวนนี้เดินจนหลง       ลอยกระทงจัดตรงนี้
เเม้ค้าประชาชี            สนุกรื่นระเริงใจ
เเลเหลียวบุรุษน้อย    ร่วมคู่ลอยกระทงใหญ่
เคียงคู่นทีไป             มินานไช้ลอบเเยกกัน
มุ่งสู่ทิศอุดร             เคยสัญจรเมื่อครานั้น
โอ้ทางกระไรกัน      ช่างยาวไกลนานเหลือเกิน
ดูเหว่าเสียงอีกา      นกไก่นากำลังเหิน
นกขุ้มกำลังเดิน       นกกาน้ำนกกระจาบ
นกขมิ้นอีกนกเหยี่ยว  บนเลาะเลี้ยวลงที่ราบ
นกติวนกพิราบ         บินเรียงกันงามวิไล
นกเอี้ยงเลี้ยงความเฒ่า   โบราณเล่าหลายสมัย
นกเล็กเเละนกใหญ่     จีบชายใดก็นก
จรถึงบ้านหัวงัว            ศรีษะวัวไม่มีตก
ขางทางพุ่มไม้รก         รกน้อยใหญ่ชลมุน
เลี้ยวซ้ายโปรดระวัง    อย่าพลาดพลั้งนะพ่อคุณ
เกิดเหตุคงว้าวุ่น         เพราะถนนเเคบนิดเดียว
หัวงัวเหมือนหัวใจ      เลี้ยวหัวไปใจห่อเหี่ยว
หลาบหัวมาข้องเกี่ยว เเล้วหัวใสเนียนหน้าหนี
มุ่งตรงไปไม่ไกล        อนามัยบ้านหัวงัว
ด้ายซ้ายขายตัวมั่ว    ตรงนั้นชื่อบันลือโลก
อาหารสดสะอาด      บรรยากาศไม่ทุกโศกฃ
ผู้คนบริโภค             บันลือโลกสมชื่อร้าน
มากล้นนักศึกษา     เหล่าประชาหมู่อาจารย์
อีกทั้งพนักงาน       ผัดเเกงทอดไม่ขาดหาย



นิราศบ้านเกิด (รำพันรักจากดอนจาน) ๓

ตอนที่ ๓ รำพันรักจากดอนจาน




มุ่งหน้าสู่นามน           ถิ่นคนดีมีศีลธรรม
ก้าวหน้าเจริญนำ        กว่าถิ่นอื่นเขตเดียวกัน

เป็นเเหล่งการศึกษา  ราชภัฎก่อนหน้านั้น
พัฒนาเจริญพลัน       จึงร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

สามเเยกอยู่่เบื้อหน้า  เหมือนตัวข้าต้องเลือกเลี้ยว
ต้องมีเพียงรักเดียว    จะเลือกสองบ่มิดี

ถึงเขตเทศบาล          เป็นถิ่นฐานของเศรษฐี
ร้านทองล้วนมากมี    เศรษฐกิจรุ้งเจริญ

ร้านค้าเรียงตามทาง  ขายผักบ้างดูเพลิดเพลิน
ฉันจำต้องลงเดิน       ซื้อสินค้าของใช้สอย

ทุกอย่างยี่สิบบาท     ข้างตลาดของไม่น้อย
ของดีถูกใช่ย่อย        เหมือนรักเเท้อันยิ่งใหญ

เลือซื้อกระจกเงา      ดูเเล้วเศร้ากลางดวงใจ
ไร้ร่างของชายใด       มาเคียงคู่ดูเบา

หยิบเข้าหนึ่งใบ        ช่างเนียนใสกว่าใจเรา
ฉ้ำรักจนอับเฉา         ใจบอบซ้ำระกำทรวง

ผลบเลือกเอาเเจกัน  ฉันันนั้นยิ่งเป็นห่วง
มารดาฤทัยดวง          ผู้จากกันคนละเเจ

ออกจรหว่างทาง       แสนอ้างว้างดวงใจแท้
หน้ามนคนเคยเเคร์    ยังใกล้เคียงกับนามน
 
นามนหลายหมู่บ้าน   เหมือนชาญมีหลายคน
นามนหลายตำบล      คงเหมือนพี่มีหลายใจ

เเรมทางถึงตลาด      ซื้อผักกาดกับพริกไทย
ผู้คนเดินทักทาย       เเต่พีนี้ไรวีเเวว

มุ่งหน้าสู่โรงเรียน     เเหล่งพากเพียรทั้งไทยเเกว
พินิจดูป้ายเเล้ว          นามนราษฎรสงเคราะห์

นามนคนเคยเคียง     ประสนเสียงเพลงไพเราะ
ใยจึงไม่สงเคราะห์    ดวงฤทัยเช่นโรงเรียน

ตรงข้ามเป็นเซเว่น   ก็ไม่เว้นลงเเวะเวียน
ซื้อยาเเก้อาเจียน     อีกภูมเเพ้ฝุ่นละออง

ดุ่มเดาเข้าเดินวน    พบเจอคนเคียงคู่สอง
ใยจึงสมหมายปอง  ต่างตัวข้าไร้คู่เคียง

ขนมจีบซาลาเปา      ประโยคเก่าคุ้นสำเนียง
จีบใครก็ต้องเสี่ยง     โดนหักอกน้ำตานอง

สัญจรถึงด่านตรวจ      มีตำรวจเสียงเเซ่ซ้อง
ต้องคอยย่องย่องมอง  ด่านตรวจขันจราจร

จ่าเพียรโบกมีทัก         หมวดน้อยดักกับดาบสอน
หมวดหนุ่มเเละดาษมร  ต่างตรวจตรงอย่างเข็งขัน

ถึงด่านตรวจปวดใจ       เหมือนด่านใจน้องเป็นหมัน
ดักตรวจผู้ใดกัน             จึงจะได้เป็นชายชม

ตำรวจเคยมารัก           เเล้วอกหักจนขื่นขม 
ซ้ำทรวงทุกระทม       อกข้าดั่งไม้ลำปอ



นิราศบ้านเกิด (รำพันรักจากดอนจาน) ๒

                                                             

                                                 ตอนที่ ๒ รำพันรักจากดอนจาน



อ้อยหวานจับจิต     คนึงคิดถึงชาติชาย
คำหวานเกือบนางตาย     มล้างโลกดับฤดี
ปล้องอ้อยมีหลายปล้อง      เหมือนห้องใจของตัวพี่
แบ่งห้องให้นารี             พิชิตเชยดวงหทัย
สัญจรถึงเขตคราม     ดงสยามนามยิ่งใหญ่
ชื่อฟ้องประเทศไทย      ว่าสยามเเดนนามมา
เลี้ยวผ่านโรงเรียนน้อย      อยู่ปลายดอยการศึกษา
สองบ้านรวมวิชา          มีนามว่าเย็นสยาม
ชุมชนตั้งเรียงราย     ดูเป็นสายดูงดงาม
พลัดจรพลัดมองตาม        บ้านน้อยใหญ่สองข้างทาง
บ้านใหญ่หลังตาสวย       ทั้งคนรวยปนกันบ้าง
คิดถึงบ้านของนาง     ที่ต้องห่างเพราะจำเป็น
เสาบ้านเป็นฐานหนา       ดุจบิดาผู้ลำเค็ญ
อีกทั้งรับบทเป็น          หลังคาบ้านป้องกันลูก
ผนังก่ออิฐเเน่น       เหมือนเเน่นเเพ้นรักผันผูก
มารดาผู้กล้าปลูก       ให้เลือดเนื้อเเละชีวี
หน้าบ้านเหมือนน้าเเม่    คิดถึงเเท้มิเเปรหนี
รักดั่งดวงมญี              เเต่ลูกนี้ต้องจำจร
มือปาดหยดน้ำตา     พลัดมุ่งหน้าทิศอุดร
หวังฝากกายหลับนอน      สู่หมอนมุ้งสถาบัน
รถพ่วงสวนทางมา     เหมือนพี่ยาพ่วงใจฉัน
เคยพวงร่วมรักกัน      ใย้ทิ้งน้องไว้กลางทาง
หนทางเเสนเปล่าเปลี่ยว      ทางคดเคี้ยวในดงกว้าง
หญ้าคาทึบไม่บาง        เหมือนที่คาในดวงใจ
ผ่านบ้านดอนสังคม    เป็นสังคมทำนาไร่
สังคมมีน้ำใจ              สังคมมั่นรักกลมเกลียว
เคยเรียนห้องสังคม     รวมสังคมใช่คนเดียว
คิดถึงครูฟ้าวเฟี้ยว    สอนสังคมศึกษามา
เเล่นตามทางวิถี     เหมือนหนึ่งมีทางติดล้อหน้า
ลงรถพิจารณา       โอ้วไก้จ๋าเจ้าวยชนม์
อนิจาชีวิตนี้            มีเกิดได้ตายเวียนวน
ไก่นี้เหมือนกับคน      เกิดขึ้นได้ก็ตายเป็น
หมั่นทำบุญประเสริฐ      จะบังเกิดดับทุกเข็น
จิตใจใส่ชุมเย็น       จะได้เห็นพระนิพาน
มุ่งสู่เเหล่งศึกษา    ตามมรรคาทิวากาล
หนุ่มสาวสุขสมาน   เคียงคู่รักสมัครใจ
คิดถึงคนเคยรัก         ต้องเเยกวรรคห่างเหินไป
มีเพียงรูปถ่ายไว้      ดูต่างหน้าความทรงจำ


นิราศบ้านเกิด (รำพันรักจากดอนจาน) ๑

                                                  ตอนที่ ๑ รำพันรักจากดอนจาน


                                               สิบนิ้วขอประนม        บังคมขึ้นเหนือเกศา
                                             ขอนบน้อมวันทา        พระไตรรัตน์สามประการ
                                             ไหว้ครูผู้ประเสริฐ       มณีเลิศเอกอาจารย์
                                              สิ่งใดจะเทียบปาน    พระคุณครูคุณากร
                                             จะกล่าวการนิราศ        ความนักปราชญ์เป็นกาพย์กลอน
                                             ขอจงประเสริฐพร        ให้สำเร็จกิจพลัน
                                              เสียงไก่โอ้โห่ร้อง        เป็นทำนองเสียงสวรรค์
                                             เเม่ออกเตรียมจังหัน      สุริยันต์เคลื่อนลำเนิน
                                              กราบลาบิดาเเก้ว         จำจากเเล้วต้องห่างเหิน
                                                มารดาผู้เจริญ            ลูกขอจรสู่เเดนไกล
                                        จากลาเมืองดอนจาน         สู่ถิ่นฐานมหาลัย    
                                              วันหน้าข้าเติบใหญ่      จะกลับคืนมาดูเเล
                                          ผ่านเเดนหนองเเคนนี้      เกิดที่นี่มีรักเเท้
                                           จำต้องจากผันเเปร          คามฐานดำเนินไป
                                                 ถึงวิเศษโพธิ์ศรี        วัดนี้มีองค์พระใหญ่
                                                    กราบลาก่อนจรไป    เพื่อศึกษาวิชาครู
                                               ข้าวเขียวที่ข้างทาง    ตกหลุมบ้างทางคุดคู้
                                               ต้องเพ่งพินิจดู            ทางเข้าบ้านนาเจริญ
                                              หอมเอยนาจำปา          หอมเเก้วตาผู้เคยเพลิน
                                                บุรุษเเรกบังเอิญ          ผูกหทัยในกมล
                                              จำปาจำขึ้นใจ               จำแยกไปเพราะสับสน
                                               จำผ่านบ้านหน้ามน      คณารักมิคลายเลือน
                                               มุ่งสู่บูรพา                    ผ่านไร่นาพาสะเทือน
                                           ข้าวเบาเหลืองย้ำเตือน   เคยรวมเกี่ยวคู่ชาตรี
                                            ดงกล้วยสวยงามตา        ป่ายูคาเขียวขจี
                                             เป็นนามหมู่บ้านนี้           ว่าดงกล้วยตั้งขึ้นใหม่
                                              สหกรการเกษตร           เป็นดงเขตทำกินไซ้
                                              เรือกสนและนาไร          อีกแมกไม้ ธ ประทาน
                                               ลำลึกพระภูมี                นวศรีผู้หลับกาล
                                         ดาวเรืองเหลืองทั้งบ้าน      แซมดอกกล้วยดูสวยดี
                                             ยอดกลัวยที่หอพัน            เหมือนผูกพันชาตินารี
                                             นานวันเเล้วใบคลี่            เหมือนบุรุษคลี่นางไป
                                           ตะหง่านดงเเม่เผด             เขตดงเย็นเห็นไม่ไกล
                                             จันเเดงภูเขาใหญ่            เดชร่วมไหว้ปฎิมา
                                              สุนัขที่ขวางทาง              มีไก่บ้างดูหนาตา
                                          เหมือนกรรมขวางพี่ยา         จึงไร้บุญร่วมคู่ครอง
                                           ทางโค้งทำโหลงเหลง        เหมือนนักเลงที่โค้งสอง
                                               มิอาจจะประลอง              จึงรีบจั้นพลันระเเวง
                                              ทางโค้งที่คดเคี้ยว           เหมือนที่เลี้ยวมิสำเเดง
                                             เหมือนฟ้าจงใจเเกล้ง        ให้พี่คดจากใจนาง  

วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

นิราศบ้านเกิด (รำพันรักจากดอนจาน)



รำพันรักจากดอนจาน

                         ฟ้าเศร้าเงาจันทร์ฉาย                                                 ประหนึ่งคล้ายตัวของข้า
               รอนเเรมเร่รอนมา                                                                 กลางพฤกษาที่ห่างไกล
                      ที่พักพำหนักนอน                                                         เป็นห้องซ้อนเรียงกันไป
              คิดถึงคนของใจ                                                                   นานเท่าไรที่จากจร
                     รอบข้างมีตึกใหญ่                                                         พฤกษาไซร้ดูงามงอน
              มวลหมู่ผู้สัญจร                                                                    ต้องเเรมรอนตามทางหมาย
                     มั่นเพรียรเรียนศึกษา                                                    ปริญญาไม่สูญหาย
             ความฝันไม่เดียวดาย                                                            แม้นจุดหมายยังอีกนาน
                     รับเร่งเก็บสะสม                                                            ปัญญาบ่มให้ชำนาญ
             หมั่นเพียรฝึกเขียนอ่าน                                                        วิชาชาญวิทยา
                     นิกน้อยเจ้าฝึกหัด                                                         รู้เเน่ชัดในวิชา
             สั่งสมแลไคว่คว้า                                                                  แสวงหาดังตั้งใจ
                     เหนื่อยนักก็พักบ้าง                                                       ค่อยก้างย่างสู่วันใหม่
             นภาที่สดใส                                                                          เป็นเเรงใจให้ถึงฝัน
                     จรลา มหาลัยฯ                                                             ยังฝากใจเเละฝากวัน
             กลับไปเป็นของขวัญ                                                            อีกสักวันจะหวนคืน
                     เหยื่องย่างออกจากแหล่ง                                            มาถึงเเห่งทางรมรื่น
            คาวีเรียงคู่ยืน                                                                        อยู่ติดพื้นประตูโขง
                   ป้ายเขียนวัดโพธิ์ชัย                                                      เห็นลานใหญ่ที่ราบโล่ง
            ร่มเป็นป่าโปร่ง                                                                     ล้วนแต่หลงไหลกันมา
                    เเวะไหว้กราบขอพร                                                     พนมกรรับเกศา
           เรื่องร้ายภัยร้างรา                                                                 ขวัญชีวาสุขยืนนาน
                   อำลาพระไตรลักษณ์                                                   จงปกปักเเก่ลูกหลาน                                       คำสอนยังกังวาน                                                                 ขอจงผ่านไปด้วยดี
                   เสร็จสัพก็หลับหลัง                                                      คอยระวังยามขับขี่
            รถลาวิ้งเร็วหลี่                                                                     เวลานี้มันกี่โมง
                   ยกมือขึ้นมาจ้อง                                                           ยิ้มเเล้วมองเเดดยังโด่ง
           สิบสอง น. ตาลุกโพล่ง                                                        ถอนใจโล้งท้องคำราม
                  ขัับรถชมทิวทรรศน์                                                      สารพัดลานสนาม
           นักเรียนวิ่งเล่นตาม                                                              ต้นมะขามข้างโรงเรียน
                   ตรงข้ามมีหอพัก                                                          สร้างเป็นหลักน่าเเวะเวียน
         รถผ่านทางเรียบเนียน                                                           ถนมเคียมหอชวนชม
                    เพลิดเพลินเเลชมทุ่ง                                                 มองดูฝูงนกเริงรมย์
          หอมดินกลิ่นควันตม                                                             พัดตามลมมาตามทาง
                    สวนสาธารณะ                                                            ฝูงวัวคละกระบือขวาง
          ตั้วเตี้ยมเต็มหนทาง                                                             ที่ไม่ว่างต้องชะลอ
                     ขับผ่านไปหวุดหวิด                                                   โอ้ อนิจเกือบเเล้วน้อ
          ข้างหน้ามีด่านพ่อ                                                                 อยู่ตรงจุดทางสามเเยก
                     เหลี่ยวซ้ายผ่าตลอด                                                 พอบอกจอดอย่างเพิ่งเเทรก
          โถพ่อก็ช่างเเปลก                                                                 พักที่เเรกเเวะดื่มน้ำ